ประเทศซูดาน ซึ่งเป็นประเทศที่ในอดีตมีพื้นที่มากที่สุดในทวีปแอฟริกา แต่มีการแบ่งแยกประเทศออกเป็น 2 ประเทศคือ ซูดาน และ ซูดานใต้ เมื่อปี พ.ศ. 2554 ทำให้ซูดานกลายเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของทวีปแอฟริกา มีเนื้อที่ 1,861,484 ตารางกิโลเมตร

ปัจจุบันซูดานกลายเป็นประเทศที่ขาดความมั่นคงตามดัชนีความเสี่ยงของการเป็นรัฐที่ล้มเหลว เพราะการปกครองแบบเผด็จการทหารที่มีการทะเลาะเบาะแว้งแย่งอำนาจของบุคคลระดับสูงในกองทัพตลอดเวลา ระหว่างพลเอก อับเดล-ฟัตตาห์ เบอร์ฮาน ประธานสภาสูงสุดแห่งรัฐ กับ พลโท โมฮัมเหม็ด ฮัมดาน ดากาโล รองประธานสภาสูงสุดแห่งรัฐ นั่นเอง

ดูเหมือนอำนาจที่แท้จริงจะเป็นของพลโท ดากาโล เพราะนอกจากเขาจะมีกำลังทหารส่วนหนึ่งอยู่ในมือแล้ว เขายังเป็นผู้นำกองกำลังอาสาภายใต้ชื่อหน่วยกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็ว ซึ่งตัวเขาเองจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2556 โดยเป็นกองกำลังสำคัญที่เคยใช้ปราบปรามการลุกฮือขึ้นต่อต้านรัฐบาลเผด็จการที่เมืองดาร์ฟูอย่างโหดเหี้ยมมาแล้ว

นอกจากนี้ พลโท ดากาโล ยังได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากอียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยพลโท ดากาโล ยืนยันว่าจะส่งทหารเข้าช่วยซาอุดีอาระเบีย รบกับอิหร่านและพวกกบฎฮูติในเยเมนอีกด้วย

ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา นิตยสารดิ อีโคโนมิสต์ อันเลื่องชื่อในด้านความน่าเชื่อถือ ได้ตีพิมพ์ข่าวสำคัญว่าสถานการณ์ทางการเมืองของซูดานมีสัญญาณที่จะเกิดการนองเลือดขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากหน่วยกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็วซึ่งเป็นกองกำลังกึ่งทหารที่ขึ้นตรงต่อนายพลดากาโลแห่งซูดาน ได้ทำการซื้อรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ กับ รถโตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ กว่า 1,000 คัน เพื่อนำมาดัดแปลงเป็นรถจู่โจมขนาดเบาติดปืนกล ปืนต่อสู้อากาศยาน ปืนยิงรถถัง เครื่องยิงระเบิด ตลอดจนจรวดนานาชนิด และด้วยน้ำหนักที่เบาและวิ่งได้เร็วเกินกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้วิ่งไปเหยียบกับระเบิดก็ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด

ทั้งนี้ รถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์และรถโตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ นั้นได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาด ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลในแอฟริกากลาง มีอาณาเขตทางเหนือจรดประเทศลิเบีย ทางตะวันออกจรดประเทศซูดาน ในสงครามระหว่างประเทศชาดกับประเทศลิเบียเมื่อปี พ.ศ. 2530 โดยกองทัพลิเบียราว 90,000 นาย พร้อมรถถัง รถหุ้มเกราะล้อยาง รวมทั้งเครื่องบินและยุทโธปกรณ์ต่างๆ มากมายได้เข้ายึดดินแดนบางส่วนของประเทศชาดไว้ได้ก่อน

ส่วนกองกำลังของชาด มีประมาณ 28,000 นาย ใช้รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า 400 คัน และมีจรวดต่อต้านรถถัง จรวดต่อต้านอากาศยาน และปืนกล ไปด้วย โดยได้รับความช่วยเหลือจากฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกาได้เริ่มโจมตีฐานทัพของกองทัพลิเบียโดยมีเป้าหมายแรกในการบุกฐานสื่อสารของลิเบีย ทางตอนเหนือของชาด ซึ่งมีกองกำลังลิเบียป้องกันอยู่ 2,000 นาย และด้วยความที่ชาดคุ้นเคยในภูมิประเทศจึงใช้ประโยชน์ที่เหนือกว่า บุกโจมตีเร็ว เพราะรถกระบะมีความเร็วและคล่องตัวสูง พร้อมกับไม่เข้าปะทะซึ่งๆ หน้า แต่ใช้วิธีหลบหลีกและโอบล้อม ยิงอาวุธทำลายป้อมปราการ พร้อมทั้งสังหารทหารลิเบีย 784 นาย และทำลายรถถังลิเบียอีก 100 คัน

ขณะที่ชาดสูญเสียเพียง 50 นาย และในเดือนมีนาคมปีเดียวกันนั้น กำลังทหารชาดได้บุกฐานทัพอากาศของลิเบีย มีกองกำลังลิเบียป้องกันอยู่ 5,000 นายที่เพียบพร้อมด้วยรถถัง รถหุ้มเกราะล้อยาง และเครื่องบิน แต่กองกำลังรถกระบะโตโยต้าของชาด ที่ติดอาวุธปืนกล และขนจรวดเจาะเกราะรถถังไปด้วยหลังกระบะ ทำการโจมตีอย่างรวดเร็วโดยสังหารและจับกุมทหารลิเบียได้กว่า 3,000 นาย ทำลายและยึดรถถัง รถหุ้มเกราะล้อยาง เครื่องบิน และเฮลิคอปเตอร์ได้เป็นจำนวนมาก

ในที่สุดกำลังชาดสามารถขับไล่กองทัพลิเบียกลับเข้าประเทศไปได้สำเร็จ เมื่อสิ้นสงครามกองทัพลิเบียเสียชีวิตไปกว่า 7,500 นาย ถูกจับกว่า 1,000 นาย เสียรถถังและรถหุ้มเกราะล้อยางกว่า 800 คัน เสียเครื่องบินรบ 28 ลำ ขณะที่กองกำลังชาดเสียชีวิตราว 1,000 นาย

ดังนั้น บรรดากองทัพหรือกองกำลังในแอฟริกาเหนือและภูมิภาคตะวันออกกลางนั้น จึงใช้รถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์และรถยนต์โตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ อย่างต่อเนื่องมาเกือบตลอด 40 ปีที่มีสงครามกลางเมือง ไม่ว่าจะใน เวสเทิร์นซาฮารา โมร็อกโก รวันดา โซมาเลีย และเอธิโอเปีย จนมาถึง อัฟกานิสถาน อิรัก และซีเรีย

แม้แต่กองทัพบกของสหรัฐอเมริกาก็ใช้รถกระบะดัดแปลงเป็นรถสงครามในอัฟกานิสถานด้วย ซึ่งรถยนต์ที่พลเรือนใช้นี้สามารถเอาชนะรถถังและรถหุ้มเกราะล้อยางของทหารได้ และยังใช้ในการยึดหรือทำลายฐานทัพที่มั่นทางทหารได้อย่างประสิทธิภาพซะอีกด้วย

น่าคิดนะครับ รถกระบะธรรมดาสามารถดัดแปลงเป็นรถรบ สามารถเอาชนะรถถังและรถหุ้มเกราะล้อยาง ด้วยความรวดเร็วและคล่องตัวกว่าได้อย่างสบายเลยทีเดียว